ติดต่อ +66 2 826 9999
Mon - Fri 07:00 - 20:00
Sat - Sun 07:00 - 17:00

Regenerative Signature

คลินิกสุขภาพเชิงป้องกัน และฟื้นฟู คลินิกสุขภาพเชิงป้องกัน และฟื้นฟู

 โปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึกที่ละเอียดถึงระดับเซลล์

เพื่อวางแผนป้องกันและชะลอความเสื่อมที่ต้นเหตุ

   โปรแกรมการตรวจเช็กสุขภาพพิเศษเฉพาะบุคคล การตรวจเชิงลึกเพื่อวัดสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุในร่างกาย และระดับฮอร์โมน ทำให้แพทย์สามารถใช้ฮอร์โมนทดแทนที่สกัดจากธรรมชาติ เติมเต็มสารอาหาร วิตามิน เกลือแร่และสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อให้สมดุลของอวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้อย่างปกติ มีสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก และผิวพรรณดูอ่อนวัย

 

  • ผลโลหิตวิทยา ระดับน้ำตาล ตรวจค่าการทำงานของตับ และ การตรวจการทำงานของไต

เพื่อทำการคัดกรองโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งเกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistance) โดยทำการคัดกรองระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร และระดับน้ำตาลสะสม (Glycated hemoglobin A1C; HbA1C) ร่วมกับระดับฮอร์โมนอินซูลินในเลือด (Fasting Insulin) เพื่อใช้ในการวินิจฉัยหรือติดตามภาวะดื้อต่ออินซูลิน แม้ว่ายังไม่เคยมีอาการแสดงถึงโรคเบาหวานมาก่อนก็ตาม อีกทั้งยังมีการตรวจค่าการทำงานของตับ เป็นการตรวจเพื่อให้ทราบค่าเอนไซม์ AST (SGOT) และ ALT (SGPT) ที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อตับเกิดความเสียหาย เอนไซม์ Alkaline phosphatase (ALP), Gamma GT (GGT) และบิลิรูบิน (bilirubin) เพื่อดูความผิดปกติของตับและการอุดตันของท่อน้ำดี รวมไปถึงการตรวจการทำงานของไต สามารถประเมินได้จากโปรตีนที่รั่วออกมาในปัสสาวะ (Microalbuminuria), ระดับ BUN (Blood Urea Nitrogen) ในเลือด และค่าอัตราการกรองของไต หรือ eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) หากไตมีความผิดปกติอาจพบโปรตีนในปัสสาวะ ค่า BUN เพิ่มสูงขึ้น หรืออัตราการกรองของไตเริ่มลดลง

 

  • ระดับการทำงานของหัวใจ

เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: EKG) เพื่อดูกระแสไฟฟ้าที่หัวใจผลิตออกมาขณะหัวใจหดและคลายตัวว่ามีความผิดปกติหรือไม่, การตรวจสมรรถภาพการไหลเวียนของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (Ankle Brachial Index:  ABI) เพื่อค้นหาหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน, และการทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกาย (Exercise stress test: EST) เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย

 

  • สารบ่งชี้ความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง

เป็นการตรวจหาสารบ่งชี้ความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง (Tumor marker) เช่น มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก ซึ่งการตรวจแปปสเมียร์  (Pap Smear หรือ Pap Test) เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดเข้าไปในช่องคลอดเก็บเซลล์จากมดลูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติหรือเซลล์ที่อาจพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็ง

 

  • การตรวจด้วยเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า หรือการ MRI ช่องท้องความละเอียดสูงแบบไม่ฉีดสี (MRI Whole Abdomen Non-contrast)

ช่วยในการประเมินความผิดปกติต่างๆ เช่น เปอร์เซ็นต์ไขมันพอกตับ, ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver) และภาวะไขมันพอกตับอ่อน (Fatty Pancreas), ก้อนเนื้อที่ผิดปกติ หรือเนื้องอกที่อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็ง, ความผิดปกติที่ท่อน้ำดีและนิ่วในถุงน้ำดี, ฝีในตับ และการไหลเวียนของเส้นเลือดภายในช่องท้อง

 

  • การตรวจระดับฮอร์โมนภายในร่างกาย

ทำให้ทราบว่า ฮอร์โมนใดขาดสมดุล เพื่อจะนำไปสู่การฟื้นฟู ด้วยการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต การเสริมวิตามินต่างๆ ไปจนถึงฮอร์โมนทดแทนได้ โดยจะมีการตรวจระดับฮอร์โมนต่างๆ ได้แก่ ฮอร์โมนเพศภาวะวัยทองผู้หญิง ผู้ชาย, ฮอร์โมนการเผาผลาญ, ฮอร์โมนการนอนหลับหรือฮอร์โมนการซ่อมแซม และ ฮอร์โมนความเครียด

 

  • การตรวจเลือดวิเคราะห์ปริมาณสารอาหาร ระดับวิตามิน และแร่ธาตุในร่างกาย 18 ชนิด (Micronutrients)

ซึ่งเป็นการตรวจสารต้านอนุมูลอิสระและเช็กระดับวิตามิน ได้แก่ วิตามินซี, วิตามินเอ และ วิตามินอี ในร่างกาย เป็นต้น, ตรวจระดับเบต้าแคโรทีน, ตรวจระดับแอลฟ่าแคโรทีน, ตรวจระดับสารไลโคปีนในร่างกาย, ตรวจระดับเบต้า-คริปโตแซนธิน, ตรวจระดับลูทีนและซีแซนทีน ช่วยเรื่องดวงตาและ ตรวจระดับโคเอนไซม์คิวเทน เป็นสารตั้งต้นของพลังงานในร่างกาย ตรวจความสมดุลของแร่ธาตุและเกลือแร่ต่าง ๆ ในร่างกาย ได้แก่ ตรวจโฟเลท, ตรวจวิตามินบี 12, ตรวจสารโครเมียม, ตรวจวิเคราะห์ระดับตะกั่ว, ตรวจแคดเมียมและปรอทในเลือด, ตรวจวิเคราะห์หาปริมาณธาตุสังกะสี และธาตุฟอสฟอรัส สามารถนำผลการตรวจไปวิเคราะห์ว่าร่างกายของเรานั้นขาดวิตามินอะไร และวิตามินที่เราทานในแต่ละวันนั้น ตรงกับความต้องการของเราหรือไม่ และสามารถนำผลที่ได้มาเป็นแนวทางการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ร่างกายต้องการได้อย่างตรงจุด เพื่อนำมาสู่การวางแผนดูแลสุขภาพ

 

  • การตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก มวลไขมัน และ มวลกล้ามเนื้อ

เพื่อวิเคราะห์ความหนาแน่นของมวลกระดูก มวลไขมัน และมวลกล้ามเนื้อ ด้วยเครื่อง DEXA scan ทำให้ทราบข้อมูลของร่างกายและยังเป็นการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก เพื่อดูความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) และรักษามวลกล้ามเนื้อให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอยู่เสมอ ด้วยผลของการตรวจ DEXA จะสามารถทำให้แพทย์ได้เห็นสัดส่วนของกระดูก ไขมัน และกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถใช้เป็นข้อมูลเพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพ และยังสามารถใช้ติดตามผลของการออกกำลังกาย เช่น การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ หรือ การลดมวลไขมันได้

 

  • การตรวจระดับสุขภาพขณะเล่นกีฬา

เพื่อหาสภาวะที่ห้ามออกกำลังกายด้วยการวิ่ง และยังเป็นการประเมินความเสี่ยงและความพร้อมของร่างกาย รวมถึงค้นหาโรคร้ายที่อาจซ่อนอยู่ เช่น การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ การทำงานของลิ้นหัวใจ, ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และ ความดันโลหิตตอบสนองต่อการออกกำลังกาย เป็นต้น

 

  • การตรวจสารโลหะหนัก

เพื่อประเมินความเสี่ยงว่า เรามีโลหะหนักชนิดนั้น ๆ อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ ประกอบด้วย ตะกั่ว (Pb), ปรอท (Hg), แคดเมียม (Cd), แมงกานีส (Mn), โครเมียม (Cr), โคบอลต์ (Co), นิกเกิล (Ni) และสารหนู (As)

 

  • การตรวจวัดระดับ NK Cell Activity

เป็นการตรวจความสามารถในการทำงานของ NK Cell หรือ เซลล์เพชณฆาต เพื่อประเมินประสิทธิภาพระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อเซลล์มะเร็ง เชื้อไวรัส หากมีค่าต่ำกว่าค่าอ้างอิง บ่งชี้ว่าประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกันในระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในมลภาวะต่ำ นอกจากนี้การตรวจสามารถบ่งชี้ว่า หากร่างกายของเรามีระดับการทำงานของ NK Cell ที่น้อยกว่าปกติ จะนำไปสู่การเกิดภาวะติดเชื้อได้ง่าย เช่น เริม งูสวัด และ การติดเชื้อไข้หวัดจากไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

 

  • ตรวจเทโลเมียร์

เพื่อวัดอายุและความเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย เป็นการตรวจเลือดที่สามารถ ใช้บ่งชี้อายุของเซลล์ตามชีวภาพ (Biological Age) และภาวะเสื่อมของเซลล์ (Degenerative Status) ที่เกิดขึ้นก่อนวัย ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคในอนาคต

 

BWC Regenerative Signature

  • รายการตรวจสำหรับผู้ชาย 81 รายการ

ราคา 151,500 บาท (ราคาปกติ 231,425 บาท)

  • รายการตรวจสำหรับผู้หญิง 86 รายการ

ราคา 156,600 บาท (ราคาปกติ 237,694 บาท) 

 

การเตรียมตัวเพื่อตรวจสุขภาพ
  1. กรุณางดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนเวลานัดหมาย
  2. กรุณาติดต่อที่แผนกตรวจสุขภาพ อย่างน้อย 30 นาที ก่อนเวลานัดหมาย (แผนกเปิดทำการ เวลา 08.00 - 17.00 น.)
  3. หากท่านมีข้อมูลทางสุขภาพอื่น ๆ กรุณานำผลตรวจนั้น ๆ ของท่านมาด้วย และสำหรับสุภาพสตรี แนะนำให้เข้ามาตรวจสุขภาพหลังจากหมดประจำเดือน 5 วัน หรือก่อนมีประจำเดือน อย่างน้อย 5 วัน
  4. การตรวจสุขภาพ จะใช้เวลาประมาณ 3-5 ชั่วโมง
  5. กรุณานำชุดกีฬา พร้อมรองเท้า เพื่อการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

 

[คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย]

 

 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำการนัดหมาย

โทร: 028269999

Line: @bdmswellnessclinic หรือ https://lin.ee/Z4So1yQ


Share:

@2020 BDMS Wellness Clinic. All rights Reserved